Free Web Hosting Provider - Web Hosting - E-commerce - High Speed Internet - Free Web Page
Search the Web

วรรณะสี
THEORY OF COLOUR
วรรณะของสี (TONE OF COLOUR)
1. วรรณะสีร้อน (WARM TONE) ประกอบด้วย สีเหลือง สีส้มเหลือง สีส้ม สีส้มแดง สีม่วงแดง และสีม่วง สีในวรรณะร้อนนี้จะไม่ใช่สีสด ๆ ด้งที่เห็นในวงจรสีเสมอไป เพราะสีในธรรมชาติย่อมมีสีแตกต่างไปกว่าสีในวงจรสีธรรมชาติอีกมาก ถ้าหากว่าสีใดค่อนข้างไปทางสีแดงหรือสีส้มเช่น สีน้ำตาลหรือสีเทาอมแดง ก็ถือว่าเป็นสีวรรณร้อน
2. วรรณะเย็น (COOL TONE) ประกอบด้วย สีเหลือง สีเขียวเหลือง สีเขียว สีเขียวน้ำเงิน สีน้ำเงิน สีม่วงน้ำเงิน และสีม่วง ส่วน
สีอื่น ๆ ถ้าหนักไปทางสีน้ำเงินและสีเขียวก็เป็นสีวรรณะเย็นดังเช่นสีเทา สีดำ สีเขียวแก่ เหล่านี้เป็นต้น เราจะสังเกตว่าสีเหลืองและสีม่วงอยู่ทั้งวรรณะร้อนและวรรณะเย็น ถ้าอยู่ในกลุ่มสีวรรณะร้อนก็ให้ความรู้สึกร้อน และถ้าอยู่ในกลุ่มสีวรรณะเย็น ก็ให้ความรู้สึกเย็นไปด้วย สีเหลืองและสีม่วงจึงเป็นสีได้ทั้งวรรณะร้อนและวรรณะเย็น
ในการระบายสี เมือนำสีหลาย ๆ สีมาระบายอย่างอิสระและผสานกลมกลืนเป็นอย่างดีเมื่อชำนาญจะเห็นว่าวรรณะของสีจะเข้ามามีบทบาท
ในการเขียนภาพอยู่เสมอ คือจะต้องแสดงออกไปทางวรรณะใดวรรณะหนึ่งระห่วางวรรณะร้อนและวรรณเย็น จึงจะเป็นภาพเขียนที่ดี ภาพที่แสดงวรรณะเย็นมักจะเอาสีประเภทเย็น (COOL COLOUR) มาใช้มาก ส่วนภาพที่แสดงวรรณะร้อนก็เอาสีประเภทร้อน (WARM COLOUR) มาใช้มาเช่นกัน
ในวรรณะของสียังแยกเป็นส่วนย่อยอีก 2 ประการ ดังเช่น วรรณะสีร้อน จะมีวรรณะสีร้อนอย่างเบาบาง (LIGHT WARM TONE) และวรรณะสีร้อนอย่างเข้มข้น (DARK WARM TONE) ทั้งนี้ย่อมเกี่ยวกับค่าของสี (VALUES OF THE COLOURS) ที่นำมาใช้นั่นเอง
ภาพเขียนที่ใช้สีวรรณะเย็นจะแสดงความเศร้า ควาาสงบ ส่วนภาพเขียนวรรณะร้อนจะแสดงอารมณ์ ตื้นเต้น กระฉับกระเฉง รื่นเริง ความขัดแย้ง จิตรกรมีอารมณ์เช่นใด การใช้สีจะแสดงวรรณะของสีออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน ดังเช่นสมัยเมือ "ปิคัสโซ่" จิตรกรเอกอยู่ในวัยหนุ่ม มีความรักและกระชุ่มกระชวย ภาพเขียนของเขาจึงมีสีวรรณะร้อน จะมีสีวรรณะเย็นค่อนข้างไปทางสีน้ำเงินดังนี้เป็นต้น ไม่ว่าจิตรกรคนใดเขียนภาพด้วยวิธีใด ก็ตาม วรรณะของสีจะต้องมีบทบาทแสดงอารมณ์ออกมาให้เห็นเสมอ
การผสานกันของสีระหว่างวรรณะสีแตกต่างกัน
คือการเอาสีวรรณะร้อนและวรรณะเย็น มาระบายลงในภาพเดียวกัน ถ้าสีวรรณะร้อนมีเปอร์เซ็นต์มากกว่า ตั้งแต่ 70% ขึ้นไป โดยสีวรรณเย็นมีปริมาณน้อยกว่า 30% ผลงานของภาพนั้นจะเป็นภาพวรรณะสีร้อน (WARM TONE) ตัวอย่างเช่น เราเลือกเอาสีจากวงจรของสีทั้งวรรณะสีร้อนและวรรณะสีเย็น ดังนี้ สีส้ม สีเหลือง สีเขียว เราร่างแบบที่เหมือนกัน 2 แบบ แต่ระบายให้มีวรรณะต่างกัน
แบบแรกใช้สีส้มและเหลือง มากกว่า 70% ของพื้นที่ภาพทั้งหมด แล้วใช้สีเขียวเหลือง และสีเขียว น้อยกว่า 30% ผลจะเป็นภาพวรรณสีร้อน
แบบที่สองใช้สีสลับกัน คือ ให้มีสีเขียวและสีเขียวเหลืองมากกว่า 70% และมีสีส้มกับสีเหลืองน้อยกว่า 30% ผลจะเป็นภาพวรรณะสีเย็น
ดังนั้นจะเห็นว่าภาพที่ปรากฏเป็นภาพวรรณะสีร้อนหรือภาพวรรณะสีเย็น ไม่จำเป็นจะต้องให้สีวรรณะรร้อนหรือวรรณะเย็น
แต่อย่างเดียวเพราะเราอาจจะเอาสีของวรรณะที่แตกต่างกันมาผสมกันได้เพียงแต่ควบคุมปริมาณการใช้สีวรรณะ
ใดวรรณะหนึ่งให้มีเปอร์เซ็นต์มากกว่ากัน จะได้วรรณะของสีตามต้องการ
ในการใช้สีเหล่านี้ ไม่จำเป็นต้องใช้สีแท้ ๆ ในตัวของมันเอง ภาพที่สวยงานนั้น ส่วนมากเกิดจากการใช้ค่าในน้ำหนักของสี ๆ เดียวเข้าผสมด้วย ภาพเขียนอันมีชื่อเสียงของโลกส่วนมากก็จะใช้กฏเกณฑ์ดังกล่าวนี้